ก่อนกำเนิดโลกทุกจักรวาลและทุกสรรพสิ่งถูกสร้างขึ้นมาจากพระพรหม 1 ใน 3มหาเทพ ซึ่งประกอบด้วย พระพรหมผู้สร้าง พระนารายณ์ผู้ดูแล พระศิวะผู้ทำลาย เทวดา, นางฟ้า, สัตว์และยักษ์ต่างอยู่ร่วมกันภายใต้การดูแลของพระนารายณ์ และสิ่งใดที่ไม่เป็นประโยชน์สิ่งใดที่ก่อเกิดแต่โทษจะถูกพระศิวะทำลายทิ้ง ทุกสรรพสิ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ 3มหาเทพ ทั้ง 3 เทพ ถูกแบ่งออกมาจากร่างเดียวกันคือพระนารายณ์นั่นทำให้จิตใจของมหาเทพทั้ง 3 มีความเด่นและด้อยไปคนละด้าน พระพรหมผู้เมตตาแต่อ่อนไหว พระนารายณ์ผู้นำเหล่าชีวิตทั้งปวงแต่กลับเอาแต่ใจ พระศิวะผู้เที่ยงธรรมแต่เกรี้ยวกราดหุนหัน
ในห้วงกาลเวลานึงพระพรหมกับพระศิวะได้หารือเกี่ยวกับพิภพหนึ่งซึ่งรกร้างว่างเปล่ามีแต่ความแห้งแล้งไร้ประโยชน์ใดๆ พระพรหมนั้นร้องไห้เมื่อรู้ว่าพระศิวะจะทำลายทิ้ง พระศิวะก็โมโหที่พระพรหมไม่ให้ทำลายพิภพที่ไร้ประโยชน์ การเถียงกันครั้งนั้นกำเนิดสองสิ่งสำคัณขึ้นก็คือ พระอาทิตย์ยักษ์ผู้ดุดันเกรี้ยวกราดผู้เกิดจากน้ำลายของพระศิวะ และพระจันทร์นางฟ้าซึ่งเกิดจากน้ำตาของพระพรหม พระอาทิตย์และพระจันทร์นั้นหลงรักซึ่งกันและกันใช้ชีวิตอยู่ด้วยมานานแสนนาน แต่ความรักมักไม่เรียบง่ายเช่นนั้น เมื่อพระนารายณ์ผ่านมาพบว่าพระจันทร์นั้นสวยมากจนพระนารายณ์หลงใหลในตัวพระจันทร์ จึงทำให้เกิดศึกระหว่างพระนารายณ์กับพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์นั้นเกิดจากพระศิวะย่อมมีอิทธิฤทธิ์มหาศาล แต่ก็ไม่อาจสู้พระนารายณ์ผู้เป็นมหาเทพได้ พระอาทิตย์ได้อ้อนวอนกับพระนารายณ์ไม่ให้เอาพระจันทร์ไป แน่นอนว่าพระนารายณ์ไม่ยอมและพระจันทร์ก็ไม่ยอมเช่นกัน นั่นทำให้พระจันทร์เป็นนางฟ้าองค์แรกที่กล้าขัดขืนมหาเทพ พระนารายณ์โกรธจนจะทำลายทุกสรรพสิ่ง ในขณะที่พระนารายณ์กำลังจะทำลายนั้น พระศิวะต้องปรากฏกายขึ้นเมื่อพระนารายณ์ทำการเกินหน้าที่ตน
และพระพรหมย่อมมาด้วยเช่นกันเพราะการนั้นส่งผลต่อตน เมื่อสอบถามกันเสร็จเรียบร้อย พระพรหมจึงสรุปใจความว่า ตนจะสร้างมเหสีให้พระนารายณ์ขึ้นมา 1 องค์ให้สูงศักดิ์กว่านางฟ้าทั้งปวง สวยเทียบเคียงกับพระจันทร์
นางฟ้าตนนั้นพระนารายให้นามว่า พระลักษมี ซึ่งแปลว่า งดงามและโชคลาภ เสมือนว่าเรื่องนี้จะจบลงด้วยดี แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อพระนารายณ์ไม่พอใจที่ไม่ได้สิ่งที่อยากได้ พระนารายณ์จึงออกอุบายว่า
" เราอยากขอโทษพวกท่าน เราจักให้พวกท่านทั้งสองครองพิภพมนุษย์ซึ่งเราจะส่งผู้ที่ทำความผิดลงไปเกิดให้ใช้ชีวิตลำบากซะบ้าง อยากให้พวกท่านช่วยกันดูแลให้พระอาทิตย์เป็นพลังงานแก่พวกเขาและให้พระจันทร์เป็นคนดูแลพวกเขา ให้พวกท่านอยู่ดูแลโลกของพวกท่าน ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับผู้ใดอีก "
พระอาทิตย์และพระจันทร์ต่างก็ยินดีที่จะได้อยู่ในพิภพของตัวเองต่างกล่าวขอบคุณและเตรียมรับพร
พระนารายณ์ให้พรแก่พวกเขาและมอบพิภพมนุษย์ให้ ทั้งสองต่างรับพรและลงไปดูแลโลกมนุษย์ แต่กลับไม่สมหวังดังใจเพราะพวกเขากลับไม่ได้พบหน้ากัน ด้วยความสงสัยพระอาทิตย์จึงขึ้นถามพระนารายณ์ แต่กลับได้คำตอบว่า
" ข้าให้พวกท่านดูแล แต่หากพวกท่านทั้งสองทำงานพร้อมกัน ย่อมไม่มีผู้ใดได้พักผ่อนข้าเองเป็นห่วงพวกท่าน จึงมอบให้พวกท่านได้ผลัดกันดูแล เมื่อยามเช้าให้พระอาทิตย์ให้พลังงาน ส่วนยามเย็นให้พระจันทร์ขึ้นมาดูแล ท่านว่าดีมั้ยล่ะ! "
พระอาทิตย์โกรธมากเมื่อรู้ว่าโดนอุบายเข้าแล้ว พระกลับมาที่โลกของเขา พระอาทิตย์นั้นโมโหมากจึงแสดงอิทธิฤทธิของตนเปล่งแสงเจิดจ้าจนพวกเทวดาที่ลงมาเกิดตายกันหมดสิ้นโลกที่แห้งแล้งอยู่แล้วไฟลุกโชนไปทั่วผืนดิน เมื่อพระอาทิตย์จากไปพระจันทร์ผู้โศกเศร้าก็จะขึ้นมาและร้องไห้ทำให้ท้องฟ้านั้นมืดสนิทเปล่งแสงแต่ตัวเองเพื่อให้พระอาทิตย์เห็น พระจันทร์นั้นก็ร้องไห้จนน้ำท่วมโลก ทั้งสองต่างเฝ้ารอการได้พบหน้ากัน เดือดร้อนถึงพระพรหม พระพรหมจึงออกอุบายส่งยักษ์ราหูไปเจรจา
ยักษ์ราหูเข้าไปพบพระอาทิตย์ด้วยตนเองเป็นยักษ์เหมือนพระอาทิตย์จึงไม่ทำร้ายแต่อย่างใด ยักษ์ราหูได้บอกกับพระอาทิตย์ว่า
" ข้ามีหนทางที่จักให้พวกท่านได้พบกัน "
พระอาทิตย์ดีใจที่ราหูมีหนทางจึงถามหาหนทางนั้น ยักษ์ราหูจึงบอกว่า
" ตัวข้านั้นมีภาระกิจเช่นกัน ฉนั้นยามที่ข้าว่างจากภาระกิจ ข้าจะมาบดบังพระจันทร์มิให้ใครรู้และให้พระจันทร์แอบหนีมาหาท่าน แต่มีข้อแลกเปลี่ยนท่านจะต้องเลิกแผดเผาโลกและจันทร์จะต้องเลิกร้องไห้ให้น้ำท่วมโลกสักที พวกเทวดาและสัตว์หิมพานต์ที่มาเกิด ตายหมดแล้ว "
พระอาทิตย์รับข้อตกลงและเลิกเผาโลก แต่พระอาทิตย์ยังคงโมโหอยู่จึงบอกว่า
" ได้ข้าจะเลิกเผาพวกมันท่านจงไปบอกพระจันทร์ด้วย นางจะได้เลิกร้องไห้ แต่ข้ายังโมโหพวกเทพเทวดาทั้งหลาย ข้าจักไม่ให้พวกมันมองข้า ข้าจะส่งแสงให้เจิดจ้าพวกมนุษย์ตนใดกล้ามองข้า ข้าจะให้พวกมันตาบอดให้หมด!!! "
หลังจากนั้นพวกเทวดาที่ทำความผิดก็พากันลงมาเกิดยังโลกมนุษย์ และพวกสัตว์หิมพานต์ที่ทำความผิดก็มาเกิดยังโลกนี้เช่นกัน....
จบตอนพิเศษ..
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น