สวัสดีครับทุกคนที่ผ่านเข้ามา กราบขออภัยท่านที่หลงเข้ามา ณ ที่นี้
คือผมอยากจะเขียนเรื่องราวสักเรื่องนึง ซึ่งจะเรียกนิยายหรือบทละครหรืออะไรก็ไม่รู้ เพราะผมไม่เคยอ่านนิยายสักเล่ม ไม่เคยอ่านบทละครสักเรื่อง ผมแค่อยากเขียนเรื่องราวที่มันผุดขึ้นในหัวผม ระหว่างที่ผมกำลังพิมพ์อยู่นี้ผมก็ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง ขอเล่าคร่าวๆก่อนละกันนะครับ วันนึงผมฝัน ว่าตัวผมเข้าไปในโลกที่ไม่เคยได้เห็น ผมไม่คิดว่านี้จะเป็นนิมิตหรือลางบอกเหตุอะไรทั้งหลายแหล่ ในโลกนั้นผมได้เจอยักษ์น่าจะเรียกว่าตนนึง กับเทพซึ่งน่าจะเป็นพระนารายณ์ กำลังคุยหรือตัดสินอะไรกันสักอย่างกับพระอิศวร โดยส่วนตัวผมชอบรามเกียรติ์แต่ผมเคยอ่านแต่ฉบับที่มีรูปภาพ คงไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่
ผมตื่นมาแบบงงๆ ด้วยคิดว่าคงเป็นเพราะความชอบส่วนตัว เลยไม่ได้พยายามนึกย้อนไปสักเท่าไหร่
จนผมได้มาฟังเพลงเพลงนึง ทำให้อยู่ดีๆผมก็นึกได้ว่าเรื่องราวในฝันวันนั้น เค้าคุยอะไรกัน เพลงที่ว่าก็คือเพลง "ร้ายก็รัก" ของเฮียโจอี้บอย นั่นทำให้ผมอยากจะที่จะเขียนเรื่องราวที่ว่านี้ ให้ต่อจากวันนั้น
บอกก่อนเลยว่ามีเพียงต้นเรื่องแค่ตอนแรกเท่านั้น ที่มาจากความฝันของผม ซึ่งผมเอามาแต่งเติมนิดหน่อย ผมไม่รู้ว่ามันจะออกมาแย่หรือออกมาแย่มาก เพราะผมไม่เคยอ่านนิยายสักเรื่องอย่างที่บอก ยังไงขออภัยสำหรับคนที่หลงเข้ามาอ่าน ณ ที่นี้ด้วย และจะขอเข้าเรื่องดื้อๆเลยแล้วกันนะครับ ( เพราะไม่รู้จะเชื่อมยังไงแหละครับ แหะๆ - - )
บทที่ 1 สงครามรักคำรบสอง
เรื่องราวนี้ได้เริ่มขึ้น หลังจากศึกของทศกัณฐ์แหละพระรามจบลง ทศกัณฐ์ซึ่งตายก่อนพระรามได้มาขอเฝ้าพระอิศวร เนื่องด้วยอยากรู้ความเป็นไปของนางสีดา ระหว่างที่ทศกัณฐ์กำลังดูอยู่นั้น ได้เห็นว่านางสีดาถูกเข้าใจผิดด้วยอุบาย ทำให้พระรามสงสัยในความบริสุทธิ์ของนางสีดา นางสีดาจึงต้องพิสูจน์ด้วยการเดินฝ่ากองเพลิง แถมยังสั่งประหารนางสีดาอีก ทศกัณฐ์เห็นดังนั้นจึงรู้แค้นใจเป็นอย่างมาก นางสีดารักพระรามถึงปานนั้นพระรามยังสงสัยในความรักของนางสีดา แต่ก็ได้แต่นั่งร้องไห้เสียใจว่าทำไมทั้งที่ตนรักนางสีดามาก แต่นางสีดากลับยังรักพระรามคนเดียว
พระอิศวรซึ่งนั่งดูอยู่เกิดความสงสารจึงเฉลยแก่ทศกัณฐ์ว่านางสีดานั้นแท้จริงคือพระลักษมี มเหสีแห่งพระนารายณ์ ทศกัณฐ์รู้ความจริงแล้วเกิดเสียใจหนักกว่าเดิม ตัดพ้อว่าพระอิศวรลำเอียง ศึกที่ผ่านมานั้นเป็นศึกของตนกับพระนารายณ์ แต่พระนารายณ์กลับมีมเหสีตามมาอยู่เคียงข้างด้วย ตนนั้นแม้จะมีเมียมากมาย แต่ไม่ได้รักใครสักคนเดียว ทศกัณฐ์ยอมรับว่าตนเองเจ้าชู้ แต่เมื่อเจอนางสีดากลับหลงรักอย่างหมดหัวใจ แม้นมี 10 หน้า 20 มือ แต่มีหัวใจเพียงดวงเดียว พระนารายณ์เคยบอกว่าจะให้ตนนั้นเหนือกว่าทุกอย่าง มี 10 หน้า 20 มือ เหาะเหินเดินอากาศได้ มีอาวุธพร้อม แต่พระนารายณ์จะมีเพียงสองมือและมาฆ่าตน แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นพระนารายณ์อวตารลงมามีสองมือเป็นมนุษย์ธรรมดาจริง แต่กลับมีหัวใจถึงสองดวงคือนางสีดาที่ลงมาเกิดด้วย ไม่ว่าจะมีกี่มือแต่มีหัวใจดวงเดียวหากถูกทำลายย่อมตายได้ แต่พระนารายณ์มีหัวใจถึงสองดวงตนจะสู้ได้อย่างไร พระอิศวรเห็นดังนั้นจึงไม่กล้าบอกไปว่านางสีดานั้นแท้จริงคือลูกสาวทศกัณฐ์ เพราะขี้เกียจฟังทศกัณฐ์พรรณนาอีก พระอิศวรตัดสินใจ และบอกแก่ทศกัณฐ์ว่า
" ตัวเจ้านั้นทำแต่ความเลว เจ้าชู้ พรากลูกพรากเมียคนอื่น ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางชนะความดีได้ หากเจ้าไม่เชื่อ เราจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้งนึง "
ตอนนั้นนางสีดางอนพระรามอยู่และหนีไปอยู่ที่เมืองบาดาล พระอิศวรจึงลงไปเกลี้ยกล่อมนางสีดาให้กลับมาคืนดีกลับพระราม และเรียกพระนารายณ์พร้อมด้วยพระลักษมีมาเพื่อฟังความของทศกัณฐ์แต่พระลักษมีนั้นพระนารายณ์ยังไม่ให้ปรากฏตัว
ทศกัณฐ์จึงกล่าวว่า
" พระนารายณ์ ท่านนั้นเคยพูดว่าจะให้ข้ามี 10 หน้า 20 กร และตัวท่านที่มีเพียงสองมือ จะอวตารลงมาเป็นฆาตกร แม้นไม่มีฤทธิรอน จะทำให้เรื่องราวของข้ากลายเป็นอุทาหรณ์ หวังเพียงได้สั่งสอน คิดว่าแน่จริงแต่ที่แท้ตัวท่านทำได้ก็แค่แผลงศร
หากท่านไม่มีหนุมาน ไม่มีพระลักษมีอวตาร ไม่มีกองกำลังไพร่พลบริวาร การศึกเมื่อวันวาน ผลลัพพ์ต้องกลับกลายเป็นท่านที่ลงไปคลาน
แถมตัวท่านมีหัวใจถึงสองดวง หวังเอาความรัก ที่แท้จริงของข้ามาเป็นกลลวง สุดท้ายท่านก็ยังเอาแต่หลอกลวง
นี่หรือเทพที่ผู้คนบูชา นี่หรือเทพที่ผู้คนต่างหลงไหลศรัทธา ที่ข้าเห็นตัวท่านมีดีแต่กายา เก่งแต่ใช้วิชา หลอกล่อด้วยรูปร่างอัจฉรา
หากแม้นมีโอกาส ข้าไม่อยากจะบังอาจ ชัยชนะไม่สำคัญ ขอเพียงให้ข้าได้ลองใช้ความรักพิสูจน์ครร หากแม้นหัวใจมีแบ่งปัน ขอให้ตัวข้าแหลกลาญด้วยพลาพระอิศวรด้วยลงทัณฑ์ "
พระอิศวรเห็นทศกัณฐ์ไม่คิดถึงแพ้ชนะอีกต่อไป ไม่มุ่งอาฆาตมาดร้ายจึงถามพระนารายณ์ถึงการขอโอกาสของทศกัณฐ์ พระนารายณ์เห็นเช่นเดียวกันจึงตอบตกลง แต่พระนารายณ์ซึ่งเป็น 1 ในมหาเทพ ไม่สามารถมองข้ามเรื่องราวที่สำคัณไปได้ จึงเดินมาหาทศกัณฐ์และพูดกับทศกัณฐ์ว่า
" ทศกัณฐ์ท่านรู้หรือไม่ว่านางสีดาที่ท่านรักมากมาย นางสีดาผู้เป็นภรรยาข้า เป็นใครมาจาก เกิดมาจากที่ใด "
ทศกัณฐ์ตอบอย่างฉุนเฉียว
" ข้าไม่สนหรอกว่านางเป็นใครมาจากไหน เพียงเห็นครั้งแรก ข้าก็หลงรักนางสุดหัวใจ นางมีกิริยาที่อ่อนหวาน นางมีรอยยิ้มที่ทำให้ยักษ์อย่างข้าพร้อมจะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อดูแลและปกป้องนาง "
พระนารายณ์ยิ้มแล้วตอบกลับด้วยสีหน้าที่อ่อนหวาน
" มันถูกแล้วที่จะเป็นเยี่ยงนั้น ที่จริงแล้วตัวท่านไม่ได้ต่างจากมนุษย์ธรรมดาทั่วไป หรือสัตว์ใดๆในโลกหล้าเลย ท่านก็มีความรักแท้จริง ข้ายินดียิ่งนัก "
" ทศกัณฐ์ท่านรู้หรือไม่ว่านางสีดาที่ท่านรักมากมาย นางสีดาผู้เป็นภรรยาข้า เป็นใครมาจาก เกิดมาจากที่ใด "
ทศกัณฐ์ตอบอย่างฉุนเฉียว
" ข้าไม่สนหรอกว่านางเป็นใครมาจากไหน เพียงเห็นครั้งแรก ข้าก็หลงรักนางสุดหัวใจ นางมีกิริยาที่อ่อนหวาน นางมีรอยยิ้มที่ทำให้ยักษ์อย่างข้าพร้อมจะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อดูแลและปกป้องนาง "
พระนารายณ์ยิ้มแล้วตอบกลับด้วยสีหน้าที่อ่อนหวาน
" มันถูกแล้วที่จะเป็นเยี่ยงนั้น ที่จริงแล้วตัวท่านไม่ได้ต่างจากมนุษย์ธรรมดาทั่วไป หรือสัตว์ใดๆในโลกหล้าเลย ท่านก็มีความรักแท้จริง ข้ายินดียิ่งนัก "
ทศกัณฐ์ได้ยินก็งงกับสิ่งที่พระนารายณ์พูดพลางบอกว่า
" น่าแปลกตรงไหน ใครเห็นก็ต้องหลงรักนาง กิริยานางอ่อนหวานเพียงนั้น รอยยิ้มอบอุ่นเพียงนั้น "
พระนารายณ์ถามกลับด้วยวาจาสงบนิ่ง
" เช่นนั้นใยพระลักษณ์ถึงไม่หลงรักนาง ใยหนุมานถึงไม่หลงรักนาง ใยเหล่าบริวารและพวกพ้องข้าถึงไม่หลงรักนาง "
ทศกัณฐ์นิ่งคิดสักพัก ยังไม่ทันได้คำตอบ พระนารายณ์เฉลยทันควัน
" เพราะนางคือลูกสาวท่านยังไงละ คนที่ท่านลอยทิ้งแม่น้ำไป จำได้รึยัง " ...
จบตอนที่ 1
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น